กระแสวิพากษ์เกี่ยวกับกรณีสิทธิพิเศษของนักบินการบินไทย

นับเป็นข่าวที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันสูงที่สุดในเวลานี้ จากกรณีเหตุนักบินเที่ยวบินที่ TG971 ซูริค-กรุงเทพฯ

ได้ปลดปล่อยให้เครื่องหยุดนิ่งไม่ขยับไปไหนเป็นเวลายาวนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง อันมีต้นเหตุมาจาก ภาควิชานักบินที่กำลังเดินทางกลับมิได้นั่งในชั้นตำแหน่ง First Class ตามข้อตกลงที่มีไว้กับทางสายการบินอันนำไปสู่การ สร้างความรู้สึกว่าไม่พึงพอใจแก่นักการบินก่อให้เกิดการถ่วงคัดค้าน กระทั่งเรือบินไม่อาจจะออกมาจากท่าอากาศยานได้อะไร และก็ด้วยเหตุนั้นก็เลยตามมาซึ่งการผลิตความรู้สึกว่าไม่พึงพอใจต่อผู้โดยสารอื่นๆที่ร่วมขึ้นรถไปด้วย รวมทั้งสร้างความรู้สึกไม่พึงพอใจให้กับบรรดาผู้คนที่มองเห็นข่าวสารจนถึงถูกขยายขอบเขตกว้าง ทั้งยังในสื่อกระแสหลักรวมทั้งสื่อโซเชียลมหาศาล โดยยิ่งไปกว่านั้นการจุดโฟกัสไปถึงความประพฤติของนักบินดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว
ที่ถูกหลายข้างมีความคิดเห็นว่าเป็นต้นเหตุที่สร้างความอลหม่าน และก็แสดงถึงความไม่เป็นมือโปร จนกระทั่งทำให้ผู้โดยสารบนเครื่องได้รับผลพวงไปด้วย รวมทั้งการจบที่ดินผู้โดยสาร 2คน จะต้องสละที่นั่งให้ เพื่อแผนกนักบินได้นั่ง ก็เลยจะนำเครื่องออก และก็ตามมาด้วยอีกหลายปริศนาไม่ว่า จะคือเรื่องของการใช้สิทธิที่ผู้โดยสารเสียไป แล้วก็การใช้สิทธิทับสิทธิ ที่นักบินยังคงนั่งในที่นั่งของผู้โดยสารที่เอื้อเฟื้อให้ได้อย่างเฉยลงคอทั้งที่ยังมีที่นั่งในชั้นอื่นๆให้นั่งอีก แล้วก็หากแม้ถ้าจะมองดูกันว่าทางนักบินอยากปะทะปัญหาขององค์ประกอบข้างใน ทว่าการชนกับปัญหานั้นนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการผลิตความลำบากให้กับผู้โดยสารที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยนั้นเป็นการทำที่สมควรแล้วไหม
เรื่องราวดังที่กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นเมื่อ มีการร้องทุกข์จากผู้โดยสารรายหนึ่ง ถึงเรือบินที่ตนขึ้นรถอยู่ ไม่ยินยอมเอาเครื่องขยับไปไหน ยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลายาวนานกว่า 2 ขัวนาฬิกาครึ่ง นำมาซึ่งการทำให้ผู้โดยสารที่มีมากมายกว่า 300 คน จะต้องติดอยู่บนเครื่อง และก็สถานะการณ์นี้นับเป็นอีกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนทำสกอร์สะสมของกระแสด้านลบต่อการบินไทย ที่กำลังหมักหมมมากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง
ทางผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)นาย สุการเซ่นสรวง ดำรงชัยธรรม ก็เลยได้ออกมา มากมายล่าวแถลงขออภัยกับผู้โดยสารเรือบินในเที่ยวบินดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จากการกระทำงานของข้าราชการขับเรือบินพร้อมด้วย สั่งไต่สวนผู้ที่มีการเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในทันทีทันใด สำหรับเพื่อการจัดแจงลงอาญาตามกฏระเบียบวินัยเจ้าหน้าที่ของบริษัท รวมทั้ง เตรียมการวิธีการป้องกันเรื่องราวที่บางทีอาจเกิดขึ้นซ้ำไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก
แต่กระแสกลับไม่จบลงอยู่เท่านั้นเนื่องจากในข้างนักบินมานะแงะเหตุผลแก้เสียงครหาและก็อธิบายออกมาเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังมีเสียงแตกแบ่งเป็นข้าง ซึ่งก็มีข้างที่ส่งเสริมพฤติกรรมของนักบินอยู่เหมือนกันโดยเป็นเสียงที่มาจาก ผู้อยู่ในสายงานเดียวกัน แต่ถ้าว่าเหตุผลต่างๆบางเหตุผลเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักได้แก่ การที่นักบินควรต้องสะสมชั่วโมงการพักผ่อนหย่อนใจดังที่กฏหมายระบุ
ถึงกระนั้นก็ตาม ทาง ผู้อำนวยการกพื้นที่ ได้บอกเหตุผลว่า ถ้าหากเรือบินมีที่พักผ่อนนักบินจะสามารถนอนได้ แต่ว่าถ้าหากว่าไม่มีที่พักผ่อน นักบินก็สามารถพักในท่านั่งได้ด้วยเหตุจำเป็น แล้วก็ถ้าเกิดจะเลือกใช้ที่นั่งในชั้นเฟิร์สต์คลาส ก็ควรเป็นในกรณีที่มีที่นั่งว่างแค่นั้น